รีวิวเสริมคาง (โดยสมาชิกมาแชร์)

การศัลยกรรมคาง เสริมคาง ช่วยปรับแต่งรูปหน้าให้ได้สัดส่วน หน้าดูเรียวยาว แชร์ประสบการณ์ให้กับเพื่อนๆ ของคุณ เสริมคางที่ไหนดี มาแชร์เลย *สำหรับสมาชิกมาแชร์เท่านั้น (ห้ามคลินิกโพสต์ตั้งกระทู้)

เสริมคาง

รีวิวเสริมคาง
เสริมคางราคา
ทำคาง

เสริมคางที่ไหนดี

ทำคางที่ไหนดี

ทำคาง ราคา

ศัลยกรรมคาง

เสริมคาง

ทำคาง ศัลยกรรมคาง

รีวิวเสริมคางเสริมคาง ที่ไหนดี

รีวิวศัลยกรรมคาง

ศัลยกรรมคาง เสริมคาง เพื่อรูปหน้าที่เรียวสวย

เสริมคางที่ไหนดี เสริมคางที่ไหนสวย ??

วัสดุที่ใช้ในการเสริมคาง มีอะไรบ้าง ?

ซิลิโคนแท่ง ลักษณะเหมือนแท่งพลาสติก แต่ไม่มีอันตรายต่อร่างกาย มีความอ่อนนุ่มหลายระดับ ขึ้นอยู่กับเกรดของตัวซิลิโคนเอง สามารถเหลา หรือทำการตกแต่งให้มีขนาดและรูปร่างตามต้องการได้ (เพื่อให้เหมาะสมกับโครงสร้างกระดูกคางของคนไข้แต่ละคน)

  • ข้อดี ขึ้นรูปง่าย สามารถตกแต่งให้มีรูปร่างตามต้องการได้ อยู่ทรงดี สะดวกต่อการใช้งาน ปลอดภัยกับร่างกายในระดับหนึ่ง
  • ข้อเสีย ร่างกายของคนไข้บางรายอาจมีการต่อต้าน เนื่องจากซิลิโคนเป็นสิ่งแปลกปลอมอย่างหนึ่ง

ฟิลเลอร์ ลักษณะเป็นของเหลว มีความหนืด เป็นสารประกอบของคอลลาเจนที่มีอยู่ในร่างกายของคน ซึ่งถูกสกัดออกมาใช้งานด้านการศัลยกรรม ถ้าเป็นฟิลเลอร์ของจริงจะไม่มีอันตรายค่ะ เพราะมันสามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ แต่ถ้าเป็นฟิลเลอร์ปลอมมันคือซิลิโคนเหลว มีอันตรายต่อร่างกาย เป็นสารที่ร่างกายไม่สามารถย่อยสลายได้

  • ข้อดี เป็นของเหลว จึงสามารถฉีดฟิลเลอร์เข้าไปในคางเพื่อเสริมคางได้แบบไม่ต้องผ่าตัด คนไข้ไม่ต้องพักฟื้น รอยแผลจากการฉีดเล็กมาก (มีเพียงรอยเข็มเท่านั้น) ไม่มีการต่อต้านจากร่างกาย (กรณีเป็นฟิลเลอร์จริง) ใช้เวลาในการทำสั้น
  • ข้อเสีย คือ หากเป็นฟิลเลอร์ปลอม หรือ ไม่ได้คุณภาพ ร่างกายจะเกิดการต่อต้าน เช่น ปวด บวม แดง บางรายมีผื่นขึ้น ผิวหนังอักเสบ แต่หากเป็นฟิลเลอร์จริง จะมีการสลายตัวในระยะเวลาหนึ่ง ดังนั้นรูปทรงของคางอาจเปลี่ยนไปตามการสลายตัวของฟิลเลอร์

ไขมันของตัวเอง เป็นไขมันที่แพทย์นำออกมาจากส่วนต่างๆ ของร่างกาย ตัวอย่างเช่น ไขมันบริเวณหน้าท้อง ต้นขา เอว สะโพก เป็นต้น โดยเราสามารถบอกความต้องการกับแพทย์ได้ว่า ต้องการให้เอาไขมันส่วนไหนของร่างกายออกมาใช้

  • ข้อดี คือ ไม่มีการต่อต้านจากร่างกาย เนื่องจากเป็นไขมันที่อยู่ในร่างกายของเราเอง คนไข้ไม่ต้องผ่าตัด เพราะแพทย์สามารถฉีดเข้าไปในคางได้เลย และแน่นอนว่าคนไข้ไม่จำเป็นต้องพักฟื้น รอยแผลเล็กมาก (เท่ารอยเข็ม)
  • ข้อเสีย คือ ไม่สามารถกำหนดรูปทรงของคางได้ตามความต้องการแบบเป๊ะๆ เพราะมันเป็นของเหลวที่สามารถไหลได้ อีกทั้งเมื่อระยะเวลาผ่านไป ไขมันบางส่วนจะสลายตัวไป ทำให้รูปทรงของคางเปลี่ยน ไม่เข้ารูปเหมือนตอนที่ทำใหม่ๆ

คนที่ไม่สามารถเสริมคางได้ ก็มีนะ

สำหรับหัวข้อนี้จะพาเพื่อนๆ ไปทำความรู้จักกับกลุ่มบุคคลที่แพทย์ไม่สามารถเสริมคางให้ได้ทันที เนื่องจากคนเหล่านี้มีปัญหาทางด้านร่างกายค่ะ ส่วนจะมีปัญหาอะไรนั้น ตามมาเลยค่ะ

  • ผู้ที่มีความผิดปกติของขากรรไกรและกรามล่าง – บน เช่น คางสั้น, คางหลบเข้าด้านใน  ซึ่งความผิดปกตินี้อาจเกิดจากอุบัติเหตุ หรือ เป็นมาตั้งแต่เกิด แพทย์ที่ทำการศัลยกรรมจะไม่ทำการผ่าตัดเสริมคางให้กับคนไข้เหล่านี้ในทันที แต่จะแก้ปัญหาหลักๆ ก่อน แล้วค่อยพิจารณาเรื่องเสริมคางค่ะ บางกรณีอาจไม่จำเป็นต้องเสริมเลยก็ได้
  • ผู้ที่มีกระดูกคางบิดเบี้ยว เอียง งอ อาการเหล่านี้ก็เช่นกันค่ะ แพทย์จะไม่ทำการเสริมคางให้ในทันที เพราะหากเสริมไปรูปทรงของคางจะบิดเบี้ยวตามโครงสร้างกระดูกคางอยู่ดี (อย่าลืมว่าการเสริมคางจะใช้กระดูกคางของเราเป็นฐานนะคะ)
  • ผู้ที่เคยผ่านการฉีดคางด้วยสารเหลวจำพวกซิลิโคนมาก่อน เนื่องจากยังมีเศษของซิลิโคนเหลวหลงเหลืออยู่ แพทย์จะต้องขูด กำจัดเศษเก่าออกให้หมดก่อน จึงจะทำการเสริมคางให้กับคนไข้ได้ (ไม่งั้นของเก่าจะเข้าไปขวางของใหม่ ทำให้การจัดรูปทรงยาก ไม่เป็นไปตามรูปแบบที่วางไว้คะ)

เตรียมตัวก่อนเสริมคาง ความงามที่กำลังจะเริ่มต้น

เพื่อนๆ คนไหนที่ตัดสินใจเป็นแม่นมั่นแล้วว่าจะทำการเสริมคาง ขั้นตอนต่อไปก็คือการเตรียมตัวค่ะ เราจะได้รู้ว่าควรทำตัวอย่างไรก่อนเข้าสู่กระบวนการผ่าตัด

  • เรามีอาการแพ้ยาตัวไหนหรือไม่ มีโรคประจำตัวหรือเปล่า หากมีเพื่อนๆ ต้องรีบบอกแพทย์ที่ทำการผ่าตัดนะคะ เพื่อที่แพทย์จะได้ป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นกับตัวของเพื่อนๆ เองได้ (อันนี้สำคัญมากนะ)
  • หลีกเลี่ยงยาจำพวก ยาแอสไพริน ยาลดความอ้วน ยาคุมกำเนิด ยาที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์ รวมทั้งอาหารเสริมต่างๆ เพราะยาเหล่านี้มีผลต่อการแข็งตัวของเลือดค่ะ
  • ควรกินอาหารก่อนเข้ารับการผ่าตัดเสริมคาง เนื่องจากหลังจากที่เพื่อนๆ ผ่าตัดแล้วแพทย์จะงดอาหารแข็ง เพื่อป้องกันการอักเสบ และการบาดเจ็บจากการใช้ปากเคี้ยวอาหารค่ะ
  • ทำความสะอาดช่องปากให้สะอาด ก่อนเข้ารับการผ่าตัดเสริมคาง เช่น แปรงฟัน บ้วนปาก เพราะว่าหลังจากที่เราผ่าตัดเสร็จแล้ว เราจะไม่สามารถแปรงฟันได้อย่างน้อย 3 – 5 วัน ป้องกันไม่ให้แผลถูกกระทบกระเทือน ซึ่งอาจทำให้แผลฉีกได้

ขั้นตอนการเสริมคาง โดยใช้ซิลิโคนแท่ง

  1. ในขั้นแรกแพทย์จะทำการตรวจเช็คสภาพ ขากรรไกร คาง และ โครงสร้างกระดูกต่างๆ บนใบหน้าของเพื่อนๆ ก่อนค่ะว่าเหมาะสมจะเสริมคางหรือไม่ ถ้าสามารถทำได้ ก็จะพูดคุยถึงความต้องการของคนไข้ และเลือกรูปแบบของซิลิโคนแท่งที่นำมาเสริมคางให้ จากนั้นจึงนัดวันผ่าตัดแน่นอนอีกที
  2. หลังจากที่เลือกชนิดและรูปแบบของซิลิโคนแท่งเสริมคางเรียบร้อยแล้ว แพทย์จะเริ่มกระบวนการในการผ่าตัด โดยขั้นต้นจะทำความสะอาดบริเวณที่จะผ่าตัด จากนั้นจะทำการร่างแบบ กำหนดตำแหน่งการลงมีด ทาหรือฉีดยาชา (บางที่มีการวางยาสลบ เพื่อลดความกังวลของคนไข้ในขณะที่แพทย์ทำการผ่าตัดด้วย) จากนั้นจึงเริ่มทำการผ่าตัด ซึ่งในการผ่าตัดนั้น เราสามารถแบ่งออกเป็น 2 แบบ ตามลักษณะการทำได้ดังนี้ค่ะ

การกรีดภายในช่องปาก แพทย์จะกรีดบริเวณเนื้อเยื่อที่อยู่ระหว่างเหงือกด้านล่าง กับริมฝีปากล่างให้เปิดออกเพื่อใส่ซิลิโคนเข้าไป ทำการจัดทรงให้ได้รูป หากคางยังไม่ได้รูปทรงตามต้องการก็จะนำซิลิโคนออกมาเหลา ตัดแต่งให้ได้ตามต้องการแล้วใส่กลับเข้าไปใหม่ จนกว่าจะเป็นที่พอใจค่ะ ในขั้นตอนการผ่าตัดนั้นจะใช้เวลาประมาณ 1 ถึง 1.5 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของแพทย์ จากนั้นแพทย์จึงทำการเย็บปิดแผล

  • ข้อดี คือ หากมองจากด้านนอกจะไม่เห็นรอยแผล จากการผ่าตัดใดๆ เลย เพราะรอยแผลอยู่ภายในปาก
  • ข้อเสีย คือ แพทย์ต้องใช้ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญในการทำพอสมควร

การกรีดภายนอกปาก แพทย์จะกรีดผิวหนังบริเวณกระดูกคางด้านนอก เป็นแนวยาว จากนั้นค่อยใส่ซิลิโคนเข้าไปเพื่อทำการจัดรูปทรงคางให้ได้ตามต้องการ เมื่อได้รูปทรงที่สวยงาม ตรงตามความต้องการแล้ว แพทย์จะทำการเย็บแผล และปิดปากแผลด้วยผ้าก๊อซอีกชั้นหนึ่งด้วย

  • ข้อดี คือ แพทย์ทำการผ่าตัดง่าย การทำงานสะดวก ไม่มีสิ่งใดกีดขวางทางมีด
  • ข้อเสีย คือ คนภายนอกมองเห็นรอยแผล รู้ว่าเราผ่าตัดเสริมคางมา (ในบางคน ทิ้งร่องรอยแผลเป็นเอาไว้ด้วย ไม่เนียนว่างั้น)

ขั้นตอนการเสริมคาง โดยการฉีดฟิลเลอร์

  1. แพทย์ทำการพูดคุย สอบถามประวัติคนไข้ เช่น มีการแพ้ยาตัวไหนหรือเปล่า มีโรคประจำตัวหรือไม่ กลัวเข็มไหม เป็นต้น จากนั้นแพทย์จะทำการพิจารณาลักษณะของคาง รวมทั้งบริเวณใกล้เคียง เพื่อกำหนดตำแหน่งที่ควรฉีดฟิลเลอร์
  2. แพทย์ทำการทาหรือฉีดยาชา บางที่มีการวางยาสลบเพื่อไม่ให้คนไข้กลัว และรู้สึกกังวลในขณะที่ทำการผ่าตัด
  3. หลังจากที่ยาชาเริ่มออกฤทธิ์ (ใช้เวลาประมาณ 30 – 50 นาที) แพทย์จะทำการร่างแบบและกำหนดตำแหน่งในการฉีดฟิลเลอร์ (เพื่อเป็นการป้องกันการผิดพลาด จำเป็นต้องมีการร่างแบบ จะได้ลงเข็มได้ถูกจุด เป๊ะๆ ว่างั้น)
  4. แพทย์ทำการฉีดฟิลเลอร์ตามตำแหน่งที่ร่างเอาไว้ (ปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้ในการฉีด ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ค่ะ) บางครั้งอาจมีการนวด คลึงให้สารฟิลเลอร์เข้าไปยังตำแหน่งที่ต้องการ และอาจมีการฉีดฟิลเลอร์ที่บริเวณข้างเคียง เช่น บริเวณมุมปากร่วมด้วย เพื่อให้รูปทรงของคาง และปากเข้ากัน
  • ข้อดี คือ คนไข้ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น แผลเล็กมาก (เท่ากับเข็มฉีดยา) ฉีดเสร็จสามารถกลับบ้านได้เลย
  • ข้อเสีย คือ ไม่คงสภาพ ฟิลเลอร์จะค่อยๆ สลายตัวเมื่อระยะเวลาผ่านไป (ประมาณ 8 เดือน – 1 ปี) นั่นหมายความว่ารูปทรงของคางจะกลับมาเหมือนเดิม คนไข้ต้องฉีดซ้ำ เป็นการเสียเงินไม่รู้จบ

ขั้นตอนการเสริมคาง โดยการฉีดไขมันตัวเอง

  1. คนไข้ติดต่อแพทย์ บอกความต้องการว่าต้องการเสริมคางด้วยการฉีดไขมันของตัวเอง จากนั้นแพทย์จะทำการตรวจเช็คสภาพร่างกายของคนไข้ รวมทั้งสอบถามประวัติต่างๆ เหมือนการผ่าตัดเสริมคางวิธีอื่นๆ ค่ะ ขั้นต่อมา แพทย์จะแนะนำคนไข้ว่า ควรจะนำไขมันจากส่วนไหนมาฉีด (อยู่ที่เราด้วยว่าจะยอมให้เอาจากส่วนนั้นมาใช้หรือเปล่า ถ้าไม่ยอม แพทย์จะเลือกบริเวณอื่น)
  2. แพทย์ฉีดยาชาหรือทายาชาบริเวณษที่ต้องการดูดไขมัน แต่หากคนไข้บางคนกลัว มีอาการกังวลมาก แพทย์อาจต้องวางยาสลบ อันนี้อยู่ที่ดุลยพินิจของแพทย์ครับ จากนั้นจึงดูดไขมันเก็บไว้ เพื่อรอการใช้งาน
  3. หลังจากที่แพทย์ใช้ยาชากับบริเวณที่เราดูดไขมันแล้ว คราวนี้แพทย์จะใช้ยาชาในบริเวณที่เราต้องการเสริมคางบ้าง
  4. แพทย์ทำการร่างแบบบริเวณที่จะเสริมคาง และกำหนดตำแหน่งการลงเข็ม (หมอจะเก่งแค่ไหน แต่เพื่อความมั่นใจ วาดแนวไว้ก็ดีนะ)
  5. แพทย์ฉีดไขมันที่เตรียมไว้ ตามตำแหน่งที่ร่างเอาไว้ บางครั้งนอกจากบริเวณคางแล้ว อาจมีการฉีดบริเวณรอบๆ ด้วยนะคะ เพื่อให้มันได้รูปทรงตามที่ต้องการ และรับกับรูปทรงของคางใหม่

การดูแลหลังการผ่าตัดเสริมคาง อยากงาม ต้องใส่ใจ

  1. หลีกเลี่ยงกิจกรรมต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อบริเวณคาง หรือ หน้าโดยตรง เช่น การเล่นกีฬาที่มีการกระทบกระแทก รวมทั้งการยกของหนัก (เนื่องจากอาจทำให้แผลปริ ฉีก แตกได้) ในช่วง 1 เดือนแรก
  2. พยายามนอนหนุนหมอนสูง เพื่อลดอาการบวมของแผล และอาการเลือดคั่ง
  3. ไม่ยิ้มแบบเต็มที่ หรือหัวเราะแบบไม่อายฟ้าดิน (แผลฉีกไม่รู้ด้วยนะ)
  4. หากมีอาการปวดแผล หรือแผลบวม เพื่อนๆ สามารถใช้ผ้านุ่ม ห่อน้ำแข็ง ทำการประคบเย็นบริเวณที่ปวดได้ค่ะ
  5. หากต้องการแปรงฟัน สามารถแปรงได้ หลังจาก 2 สัปดาห์แรกหลังจากการผ่าตัด และควรใช้แปรงขนอ่อนนุ่ม เพื่อป้องกันแผลผ่าตัดฉีกขาด
  6. หลีกเลี่ยงอาหารหมักดองต่างๆ เช่น แหนม ปลาส้ม ผลไม้ดอง เนื่องจากอาหารเหล่านี้มักทำให้แผลหายช้า
  7. หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอลล์ บุหรี่ ยาดอง เพราะจะทำให้แผลหายช้า
  8. ดื่มน้ำด้วยการใช้หลอดดูด เพื่อป้องกันการกระทบกระเทือนบาดแผล
  9. รับประทานอาหารอ่อน เคี้ยวง่าย หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด เช่น เผ็ดจัด หวานจัด เค็มจัด เป็นต้น เพราะอาจทำให้แผลอักเสบได้
  10. หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ ควรทำความสะอาดช่องปากทุกครั้ง เพื่อป้องกันแผลติดเชื้อ ด้วยการใช้น้ำยาบ้วนปาก
  11. อย่าดึงไหมที่เย็บบาดแผลด้วยตัวเองก่อนถึงกำหนด เนื่องจากแผลยังไม่สมานตัว อาจทำให้แผลฉีกได้
  12. หากแผลมีอาการปวด บวม มีเลือดไหลซึม มีหนอง สีผิดปกติ ให้เพื่อนๆ รีบไปพบแพทย์โดยด่วนค่ะ แพทย์จะได้ทำการแก้ไขได้ทัน
  13. กินยา และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

ผลข้างเคียงจากศัลยกรรมเสริมคาง

  1. ริมฝีปากอาจเกิดอาการชา บางครั้งเอาเล็บจิกหรือบีบแล้วไม่มีความรู้สึก เหตุการณ์แบบนี้มักเกิดขึ้นในระยะแรกหลังการผ่าตัด เนื่องจากแผลยังไม่หายดี ปากแผลยังปิดไม่สนิท เส้นประสาทการรับรู้ต่างๆ ยังไม่เข้าที่ เพื่อนๆ ไม่ต้องตกใจ อาการเหล่านี้จะหายได้เองเมื่อแผลเริ่มสมานตัวดีขึ้น
  2. อาจมีอาการปวดแผล แผลบวมเป่ง เห็นสีของเลือดช้ำๆ เป็นเรื่องปกติของผู้ที่ทำการผ่าตัดมาใหม่ๆ แต่หากไม่สบายใจ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์จะเป็นการดีที่สุดค่ะ

แล้วการเสริมคางก็กลายเป็นเรื่องง่าย ที่ทำให้คุณสวยได้ เพียงข้ามคืน ตอนนี้ เพื่อนๆ เลือกได้หรือยังว่าจะเสริมคางด้วยวิธีไหน อย่างไรก็ตาม ทุกวิธีล้วนมีข้อดี และข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป ส่วนจะเลือกวิธีไหนนั้นก็ขึ้นอยู่กับความพอใจของผู้รับการผ่าตัดและแพทย์ด้วย อย่าลืมเก็บตังค์ไว้เยอะๆ ก็แล้วกัน เพราะงานนี้ หลักหมื่นกลางๆ ถึง ปลายๆ นะจ๊ะตะเอง นี่จึงเป็นที่มาของคำว่ารูปสวย รวยทรัพย์ เพราะถ้าไม่มีทรัพย์ ก็ทำหน้าสวยไม่ได้นะ

10 total views, 10 views today