รีวิวฉีดโบท็อกซ์ (โดยสมาชิกมาแชร์)

รีวิวฉีดโบท็อกซ์ ปรับรูปหน้า ลดกราม ทำหน้าเรียว หน้า V-shape ฉีดโบท็อกซ์ลดริ้วรอย แชร์ประสบการณ์ให้กับเพื่อนๆ ของคุณ ฉีดโบท็อกซ์ที่ไหนดี มาแชร์เลย *สำหรับสมาชิกมาแชร์เท่านั้น (ห้ามคลินิกโพสต์ตั้งกระทู้)

โบท็อกซ์ลดริ้วรอย
โบท็อกซ์ลดกราม
โบท็อกหน้าเรียว

ฉีดโบท็อกซ์ที่ไหนดี

โบท็อกซ์

โบท๊อกซ์ ที่ไหนดี

รีวิวฉีดโบท็อก

ฉีดโบท็อกซ์

ฉีดโบท็อกลดกรามโบท็อกซ์หน้าเรียว

เรื่องที่ควรรู้ ก่อนติดสินใจฉีดโบท็อกซ์

การเสริมความงามในปัจจุบันได้พัฒนาขึ้นมาก ซึ่งการที่จะมีใบหน้าสดใสปราศจากริ้วรอยนั้น ไม่จำเป็นต้องทำการผ่าตัดอีกต่อไป ซึ่งหนึ่งในวิธีช่วยกระชับ ทำให้ใบหน้าสดใสได้อย่างง่ายๆ คือการฉีดโบท็อกซ์ ซึ่งการทำแต่ละครั้งก็มีค่าใช้จ่ายไม่มาก และที่สำคัญยังใช้เวลาพักฟื้นไม่นานอีกด้วย วันนี้เรามีข้อมูลดีๆ มาฝากเกี่ยวกับการฉีดโบท็อกซ์ สำหรับคนที่สนใจมาฝากกัน ว่ามีผลดีผลเสียอย่างไรบ้าง

  1. ฉีดโบท็อกซ์เพื่อจุดประสงค์อะไร เป็นสิ่งแรกที่คุณจำเป็นต้องตอบตัวเองให้ได้เสียก่อนว่า คุณต้องการฉีดโบท็อกไปเพื่ออะไร เมื่อฉีดโบท็อกเข้าไปแล้ว จะไปช่วยแก้ไขอะไรได้บ้าง ซึ่งจุดประสงค์ยอดนิยมของการฉีดโบท็อกซ์นั้น โดยทั่วไปก็จะช่วยทำให้ใบหน้าเรียวเล็ก ลดกราม ทำให้ใบหน้าดูเด็กอ่อนเยาว์กว่าวัย แถมยังช่วยลดริ้วรอยต่างๆ ที่เกิดขึ้นบนใบหน้า แถมยังช่วยทำให้รอยตีนกาดูตื้นขึ้นอีกด้วย แถมที่สำคัญยังมีการนำไปใช้ฉีดที่บริเวณน่อง เพื่อทำให้น่องดูเรียวเล็กขึ้นอีกด้วย แถมนอกจากนั้นยังใช้ในการรักษาอาการไมเกรน ปวดหลัง และลดเหงื่อบริเวณผิวหนังได้อีกด้วย
  2. ฉีดโบท็อกแบบไหนปลอดภัยที่สุด การทำศัลยกรรมเสริมความงามนั้น ควรคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยเป็นอันดับแรก ซึ่งในปัจจุบันนั้นมีโบท็อกซ์ออกมาหลากหลายชนิด แต่แบบที่มีมาตรฐาน ผ่านการรับรองจาก อ.ย. นั้นมีแค่ Botulinum toxin type A ซึ่งในปัจจุบันได้มีการนำเข้าโบท็อกทั้งจากประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศเกาหลี แต่โบท็อกซ์จากทางเกาหลีจะได้รับความนิยมมากว่าอมเริกา เพราะมีราคาถูกกว่าของอเมริกา แต่สารโบท็อกซ์ที่นำเข้ามาจากอเมริกาก็สามารถอยู่ได้นานกว่า ยังไงก็ลองเลือกติดสินใจตามความเหมาะสม และงบประมาณที่ตั้งไว้
  3. เตรียมตัวให้พร้อม สุขภาพแข็งแรงแล้วหรือยัง การฉีดโบท็อกเพื่อปรับปรุง ความสดใสงดงามของใบหน้านั้น ผู้ที่จะเข้ารับการฉีดโบท็อกซ์นั้น จะต้องไม่เจ็บป่วย ไม่มีโรคประจำตัว และไม่ได้ทานยาอย่างเป็นประจำ และไม่ได้อยู่ในช่วงตั้งครรภ์ ต้องมีสุขภาพดีแข็งแรง ซึ่งสำหรับผู้ที่มีปัญหาเหล่านี้อยู่ ให้หลีกเลี่ยงการฉีดโบท็อกซ์ไปเลย เพราะมีแต่จะก่อให้เกิดผลเสียต่อตัวคุณเอง
  4. ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ แพทย์เฉพาะทาง การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงผู้ที่เคยฉีดมาก่อน จะทำให้เราได้รับข้อมูลการตัดสินใจเพิ่ม ซึ่งถ้าหากคุณกำลังสนใจฉีดโบท็อกซ์แล้วละก็ ให้ลองศึกษาประวัติผลงานของแพทย์ที่คุณมีอยู่ในใจเสียก่อน เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเอง ซึ่งการฉีดโบท็อกซ์กับผู้เชี่ยวชาญ จะมีความปลอดภัยและมีมาตรฐานมากกว่า อย่าได้คิดใช้บริการหมอเถื่อนและหมอกระเป๋าเป็นเด็ดขาด เพราะจะทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้อย่างมากมาย
  5. เตรียมตัวก่อนฉีดโบท็อกซ์ ก่อนการไปฉีดโบท็อกซ์ จำเป็นต้องมีการเตรียมความพร้อมให้ดีเสียก่อน โดยการหยุดใช้ยากลุ่มวิตามินเอ AHA และยาแก้ปวด เป็นเวลาอย่างน้อย 1 สัปดาห์ และนอกจากนี้ต้องงดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ งดการสครับหน้าและขัดหน้า อย่างน้อย 2 – 3 วัน ก่อนเข้ารับการฉีดโบท็อกซ์ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดรอยฟกช้ำ และลดอาการข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์
  6. ไม่ควรฉีดโบท็อกซ์ตอนค่ำ บางคนอาจเกิดความสงสัยว่า ทำไมถึงห้ามไม่ให้ฉีดโบท็อกซ์ ตอนหัวค่ำ ซึ่งเหตุผลก็เพราะว่า หลังจากฉีดโบท็อกซ์ไปแล้วภายใน 4 – 5 ชั่วโมงแรก ต้องพยายามไม่ให้เกิดแรงกดทับใดๆ บนใบหน้าของคุณ เพราะไม่อย่างนั้นแล้ว จะทำให้ตัวยากระจายไปยังจุดอื่นๆ ดังนั้นจึงไม่ควรฉีดโบท็อกในช่วงค่ำ เพราะหากคุณง่วงนอนแล้วเผลอหลับไป อาจจะทำให้คุณต้องตกใจกับสภาพหน้าของคุณที่เปลี่ยนไป หลังจากตื่นนอนแล้ว
  7. เคี้ยวหมากฝรั่งหลังฉีดโบท็อกซ์ หลังจากที่ฉีดโบท็อกซ์แล้ว สิ่งที่เราต้องทำก็คือพยายามให้กล้ามเนื้อบนใบหน้าเกิดการเคลื่อนไหว เพื่อช่วยให้สารโบท็อกซ์ที่ฉีดเข้าไปเกิดการกระจายตัว ซึ่งควรเตรียมหมากฝรั่งเอาไว้เคี้ยวด้วย โดยการเคี้ยวให้เคี้ยวหมากฝรั่งต่อเนื่องซัก 1 ถึง 2 ชั่วโมง
  8. ห้ามเลเซอร์หน้า หลังฉีดโบท็อกซ์ ซึ่งเป็นเรื่องหนึ่ง ที่หลายๆ คนอาจยังไม่ทราบ หลังจากฉีดโบท็อกซ์ใหม่ๆ ในช่วง 2 – 3 สัปดาห์แรก หลีกเลี่ยงการทำเลเซอร์เด็ดขาด เพราะพลังงานเลเซอร์จะไปสลายโบท็อกซ์ทำให้เสื่อมสภาพเร็วขึ้น คงเป็นสิ่งที่หลายคนไม่อยากให้เกิด เพราะจะทำให้ใบหน้าของคุณกลับมาสู่สภาพเดิมเร็วขึ้นนั้นเอง
  9. การฉีดโบท็อกซ์ให้ผลชั่วคราว การฉีดโบท็อกซ์นั้น ไม่สามารถคงอยู่ได้อย่างถาวร ต้องมีการฉีดซ้ำๆ หลายๆ ครั้ง ซึ่งหลังจากฉีดโบท็อกซ์ไปแล้ว ตัวยาจะออกฤทธิ์เต็มที่ในช่วงประมาณ 2 – 3 สัปดาห์แรก และการฉีดครั้งหนึ่ง จะให้ผลอยู่ได้ 4 -5 เดือน เมื่อตัวยาหมดฤทธิ์ ก็จะทำให้ใบหน้ากลับสู่สภาพเดิม แต่ถ้าอยากมีใบหน้าเรียวเล็กอยู่เสมอ ก็ต้องไปทำการฉีดซ้ำนั้นเอง
  10. ยอมรับความเสี่ยง การฉีดโบท็อกซ์นั้น ก็เช่นกับการเสริมความงามแบบอื่นๆ ที่อาจมีผลข้างเคียงได้ แต่ไม่ได้มีอันตรายถึงชีวิต แต่อาจมีอาการบวมแดง หนังตาตก หางคิ้วตก หลับตาไม่สนิท ตาผิดรูป ปากเบี้ยว ซึ่งอาการเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้ และสามารถหายเองได้หลังจากตัวยาหมดฤทธิ์ไปแล้ว ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณต้องทำใจยอมรับความเสี่ยง จากผลข้างเคียงนี้เอง

ประโยชน์ดีๆ ของโบท็อกซ์ที่คุณไม่เคยรู้

การฉีดโบท็อกซ์นั้น ช่วยแก้ปัญหาในเรื่องริ้วรอย ทำให้ใบหน้าเรียวกระชับ แถมทำให้หน้าดูเด็กสดใสกว่าวัยอีกด้วย แต่นอกจากนั้น สารโบท็อกซ์นอกจากจะช่วยแก้ปัญหาที่ไม่พึงประสงค์บนใบหน้าแล้ว มันยังมีประโยชน์ที่มากกว่านั้น ช่วยแก้ปัญหาสุขภาพได้อีกหลายๆ ด้าน ซึ่งวันนี้เรามีประโยชน์ของโบท็อกซ์ที่คุณไม่เคยรู้มาฝากกัน

  1. ระงับกลิ่นกาย สำหรับผู้ที่มีปัญหากลิ่นตัวแรง จนต้องหาน้ำหอมมาระงับกลิ่นกายอยู่เป็นประจำแล้วละก็ โบท็อกซ์สามารถช่วยแก้ปัญหากลิ่นกายของคุณได้ ซึ่งมีการยืนยันข้อมูลจากสำนักงานอาหารและยา จากประเทศสหรัฐอเมริกา ว่าโบท็อกซ์สามารถมีส่วนช่วยยับยั้งการหลั่งเหงื่อใต้รักแร้ และยังมีประสิทธิภาพสูงกว่าผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายโดยทั่วไป แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลด้วย ซึ่งบางคนสามารถระงับกลิ่นกายได้เพียงแค่ 1 สัปดาห์ แต่ในบางรายสามารถระงับเหงื่อได้นานมากถึง 7 เดือนขึ้นไปเลยทีเดียว
  2. ลดความเครียด ไม่น่าเชื่อว่า การฉีดโบท็อกซ์จะช่วยระงับความเครียดได้อีกด้วย ซึ่งจากการวิจัยพบว่า กลุ่มคนที่มีภาวะเครียดหลังฉีดโบท็อกซ์ 1 เข็ม จะมีอาการเครียดน้อยลง ซึ่งทางนักวิจัยจึงสรุปผลออกมาว่า อาจจะเป็นเหตุผลทางจิตวิทยาว่า เมื่อพวกเธอมีรูปลักษณ์ที่ดีขึ้น ทำให้รู้สึกดีต่อตัวเองมากขึ้น ส่งผลทำให้ความเครียดลดลงนั้นเอง
  3. รักษาอาการไมเกรน สำหรับผู้ที่ต้องทรมานกับอาการปวดหัวไมเกรนมาโดยตลอด รวมไปถึงผู้ที่มีอาการไมเกรนเรื้อรัง ปวดหัวไมเกรนบ่อยๆ หรือมากกว่า 15 ครั้งใน 1 เดือน หรือมีอาการปวดหัวไมเกรนเป็นเวลานานๆ เช่น 3-4 ชั่วโมงขึ้นไป หรือมากกว่านั้นอยู่แล้วละก็ ทางสำนักงานอาหารและยา สหรัฐอเมริกาได้ออกมายืนยันแล้วว่า โบท็อกซ์สามารถรักษาอาการไมเกรนเรื้อรังได้อย่างได้ผล แถมยังมีประสิทธิภาพในการรักษาอาการไมเกรนได้นานมากถึง 8 เดือนเป็นอย่างต่ำ
  4. ลดความเจ็บปวดโรคข้อเข่าเสื่อม เป็นอาการที่พบได้บ่อยสำหรับผู้ที่ขาดการออกกำลังกาย และอายุที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งได้มีการทดลองฉีดโบท็อกซ์ป้องกันอาการเข่าเสื่อมไปที่หัวเข่าโดยตรง ซึ่งการฉีดโบท็อกซ์ให้ผลสามารถลดอาการเจ็บปวดจากโรคเข่าเสื่อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ แถมยังช่วยป้องกันโรคเข่าเสื่อมเรื้อรังจนจำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนเข่าได้อีกทางหนึ่งด้วย

การฉีดโบท็อกซ์เพื่อเสริมความงามนั้น เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่มีราคาถูก และทำได้อย่างสะดวกสบาย แถมไม่ต้องเจ็บตัวมากเหมือนกับการผ่าตัด ทำให้ไม่ต้องนอนที่โรงพยาบาลเพื่อพักฟื้น แต่ก็ควรเลือกแพทย์ และสถานเสริมความงามที่ได้มาตรฐาน รวมถึงเข้าไปปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนและถูกต้อง ซึ่งการฉีดโบท็อกซ์นอกจากจะช่วยแก้ปัญหาผิวพรรณ เพิ่มความสดให้ใบหน้าได้แล้ว ยังใช้สามารถใช้นำมาบรรเทาอาการปวด แกปัญหาสุขภาพ ช่วยระงับกลิ่นกายได้อย่างได้ผลดีอีกด้วย

56 total views, 13 views today